3 ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อ "ราคารับซื้อทอง"
3 ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อ "ราคารับซื้อทอง"
เคยสงสัยไหมว่า ทำไมทองน้ำหนักเท่ากัน หรือดูคล้ายๆ กัน แต่นำมาเช็กราคารับซื้อแล้วได้ไม่เท่ากัน?
วันนี้เราสรุป 3 ปัจจัยหลักที่มีผลต่อการคำนวณราคารับซื้อทองคำมาฝากกัน👇
เปอร์เซ็นต์ความบริสุทธิ์ของเนื้อทอง (Gold Purity)
ทองคำแต่ละประเภทมีปริมาณเนื้อทองแท้ไม่เท่ากัน ซึ่งเป็นปัจจัยแรกที่ใช้คำนวณราคา:
ทองคำแท้ 96.5%: ทองรูปพรรณหรือทองแท่งมาตรฐานเมืองไทยที่นิยมใส่กัน
ทองคำแท้ 99.99%: ทองแท่งความบริสุทธิ์สูง
ทองเค (K-Gold): เช่น 18K (75%), 14K (58.5%), 9K (37.5%) มักพบในงานจิวเวลรี่ หรือเรือนแหวนเพชร
👉 ยิ่งเปอร์เซ็นต์ทองสูง ราคารับซื้อต่อกรัมก็จะยิ่งสูงตามไปด้วย
ส่วนประกอบอื่นบนตัวเรือน (ตลับทอง / เพชร / พลอย)
งานทองบางชิ้นมีส่วนประกอบของวัสดุอื่นรวมอยู่ด้วย เวลาคำนวณราคารับซื้อทอง ทางร้านจะคิดเฉพาะ "น้ำหนักเนื้อทองบริสุทธิ์" เท่านั้น
ตลับพระ / กรอบพระ: มักมีแผ่นพลาสติก ยางรอง หรือกระจกกันน้ำ ซึ่งต้องนำน้ำหนักส่วนนี้ออกก่อนคำนวณเนื้อทอง
ตัวเรือนประดับเพชรพลอย: น้ำหนักของเม็ดเพชรหรือพลอยที่ติดอยู่บนเรือน จะไม่ถูกนำมารวมคิดเป็นราคารับซื้อทองคำ
สภาพชิ้นงานและการชำรุด
ทองขาด / สร้อยชำรุด: ไม่ต้องกังวลเลยค่ะ! สำหรับร้านรับซื้อ เราคิดราคาจาก "น้ำหนักกรัมคงเหลือ" และ "เปอร์เซ็นต์ทอง" เป็นหลัก สร้อยบุบหรือขาดก็สามารถนำมาเช็กราคาได้เต็มตามน้ำหนักจริง
หากใครไม่แน่ใจว่าชิ้นงานที่มีอยู่เป็นทองกี่เปอร์เซ็นต์ หรือมีน้ำหนักทองแท้เท่าไหร่ สามารถนำเข้ามาให้ทางร้านช่วยตรวจเช็กและประเมินน้ำหนักทองที่แท้จริงได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายค่ะ !