หลายคนชอบคิดว่า "ทองเค" คือทองปลอม หรือทองแฟชั่นราคาถูกที่ไม่มีราคาเวลาขายคืน... ขอบอกตรงนี้เลยว่า "เข้าใจผิดอย่างแรง !"
แท้จริงแล้ว ทองเค คือ #ทองแท้ ที่มีมูลค่าและสามารถนำมาขายเปลี่ยนเป็นเงินสดได้แน่นอน !
แล้วคำว่า "เค" ย่อมาจากอะไร? แต่ละ K แตกต่างกันยังไง?
วันนี้ร้านเราสรุปมาให้เข้าใจง่ายๆ ใน 2 นาที 👇
ทอง "K" คืออะไร? 💡
คำว่า K ย่อมาจาก Karat (กะรัต) ซึ่งเป็นหน่วยวัด "ความบริสุทธิ์ของทองคำ" (คนละอย่างกับกะรัตเพชร) โดยทั่วโลกจะคิดเกณฑ์จาก 24 ส่วน
ซึ่งยิ่งตัวเลข K สูง แปลว่ามีเนื้อทองคำบริสุทธิ์ผสมอยู่มากนั่นเอง
สรุปเปอร์เซ็นต์ทองเค ยอดนิยมที่เจอบ่อยที่สุด
ทอง 24K (ทองบริสุทธิ์ 99.99%) > สีเหลืองเข้ม เจิดจ้า เนื้อนิ่มมากที่สุด ส่วนใหญ่นิยมทำเป็นทองแท่งเพื่อการลงทุน ไม่นิยมนำมาฝังเพชรพลอยเพราะตัวเรือนจะนิ่มเกินไปจนเพชรหลุดได้ง่าย
ทอง 18K (มีเนื้อทองประมาณ 75.0%)
"มาตรฐานระดับสากล" ที่แบรนด์จิวเวลรี่หรูทั่วโลกเลือกใช้! ข้อดีคือได้สีทองที่สวยงาม กำลังดี ตัวเรือนแข็งแรง ทนทาน ยึดเกาะเพชรพลอยได้อย่างแน่นหนา
ทอง 14K (มีเนื้อทองประมาณ 58.5%)
นิยมมากในฝั่งอเมริกาและเอเชียบางส่วน แข็งแรงมาก ใส่ลุยได้ทุกวัน และราคาสบายกระเป๋ากว่า 18K
ทอง 9K (มีเนื้อทองประมาณ 37.5%)
หลายคนคุ้นหูในชื่อ "ทองอิตาลี" นิยมในฝั่งยุโรป เหมาะกับเครื่องประดับแฟชั่น เน้นดีไซน์ล้ำๆ ราคาเข้าถึงง่ายที่สุด
แล้ว "ทองเค" ขายได้ไหม? ร้านทองคิดราคายังไง?
ขายได้แน่นอน ! ร้านรับซื้อทองที่ได้มาตรฐาน จะประเมินราคาจาก "น้ำหนักและเปอร์เซ็นต์เนื้อทองคำแท้" ที่อยู่ข้างในเครื่องประดับชิ้นนั้นๆ โดยอ้างอิงจากราคาทองคำ ณ วันนั้น
ต่อให้เครื่องประดับของคุณจะชำรุด สายขาด หรือเพชรหลุดหายไปแล้ว ก็ยังมีค่า! อย่าเพิ่งทิ้งเด็ดขาด ลองส่งมาให้เราช่วยเช็กโค้ดและประเมินราคาก่อนได้ค่ะ
เพื่อนๆ ลองมาเช็กทองในกล่องเครื่องประดับด่วน!
มีชิ้นไหนไม่ได้ใส่แล้ว อยากเปลี่ยนเป็นเงินสดแวะมาที่ร้านเราได้เลย